ชาแต่ละชนิด มาจากชาต้นเดียวกัน

  • Post author:
  • Post category:Blog

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดื่มชานั้นท่านคงจะทราบว่าชานั้นมีหลายประเภทมาก แต่บางท่านก็อาจยังไม่รู้ว่า ชาแต่ละชนิด ที่เป็นชาประเภทต่างๆที่ท่านดื่มนั้นมีที่มามาจากชาต้นเดียวกัน โดยจะมีแต่ละส่วนของต้นชาที่เก็บต่างกันและนำมาแปรรูปจนกลายเป็นชาที่เราได้ดื่มกัน แต่แม้จะเป็นชาชนิดเดียวกันก็ยังมีหลายเกรดและมีวิธีการดื่มที่แตกต่างกันรวมถึงอุณหภูมิน้ำที่ใช้ในการชงชาด้วย หากชงชาให้อร่อยแท้จริงต้องใส่ใจกันถึงน้ำที่ใช้ชงเลยทีเดียวไม่ใช่น้ำเดือด 100 องศาจะชงชาออกมาได้อร่อยทุกชนิด และแต่ละช่วงเวลาก็มีคำแนะนำสำหรับการดื่มชาที่เหมาะสมอีกด้วย เหมือนที่เรามักเคยได้ยินว่าสมาคมชั้นสูงของอังกฤษหรือแถบยุโรปจะมีช่วงจิบชายามบ่าย ในบทความนี้เราจะมาอธิบายเกี่ยวกับที่มาของชาประเภทต่างๆ และเราจะให้เคล็ดลับในการชงชาออกมาให้อร่อยตามเรามากันเลยค่ะ ชาแต่ละชนิด มาจากส่วนใดของต้นชา ต้นชาหนึ่งต้นนั้นเราจะไล่ลงมาตั้งแต่ส่วนบนสุดลงมา ซึ่งส่วนที่อยู่ด้านบนสุดที่เป็นยอดอ่อนนั้นก็คือส่วนที่มีคุณภาพและเกรดดีมากที่สุดนั่นเอง โดยเริ่มไล่เก็บจากยอดอ่อนที่พึ่งตั้งยอดขึ้นมายังไม่แตกใบออกส่วนนั้นเรานำมาทำเป็นชาขาว ส่วนถัดจากยอดอ่อนจะเป็นใบอ่อนที่แตกใบแล้วสามใบบนเล็กๆส่วนนี้เราจะนำมาทำเป็นชาเขียวและชาดำคุณภาพสูง ถัดลงมาจากสามใบแรกนั้นก็จะเป็นชาที่มีคุณภาพรองลงมาเช่นชาอู่หลงเป็นต้น ส่วนชาประเภทอื่นที่ไม่ได้มาจากต้นชาเราเรียกว่าเป็นชาสมุนไพร เป็นชาที่ได้มาจากการนำสมุนไพร พืช หรือดอกไม้ มาตากแห้งและนำมาชงเป็นชาซึ่งมีหลากหลายชนิดสามารถเลือกดื่มได้ตามความชอบ ใบชาที่ผลิตออกมานั้นจะถูกแบ่งเกรดออกไปอีก โดยจะมีทั้งชาใบเต็มและชาที่ถูกสับละเอียด แต่ละแบบก็จะให้กลิ่นและรสชาติที่ต่างกัน โดยเกรดของใบชาแบ่งเป็น ชาใบเกลียวที่เป็นลักษณะใบเต็มเรียกว่าโฮลลีฟ เกรดชาใบเกลียวที่ใบหักฟอร์มไม่สมบูรณ์เป็นเกรดรองลงมาจากโฮลลีฟเกรดเรียกว่าโบรคเค่นลีฟเกรด ชาที่มีการถูกสับใบอย่างละเอียดเรียกว่าแฟนนิ่ง และสุดท้ายเศษฝุ่นชาที่เหลือมาจากการผลิตชาเรียกว่าดัสท์เกรด เคล็ดลับการชงชาให้อร่อย ชานั้นยิ่งใบชามีคุณภาพสูงก็ยิ่งอร่อย แต่นอกจากคุณภาพของใบชาแล้วน้ำที่ใช้ชงชาก็สำคัญ อย่างที่เราได้กล่าวมาข้างต้นหากเราเลือกใช้น้ำที่สะอาดบริสุทธิ์ในการชงชาก็จะสามารถดึงรสชาติของชาออกมาได้มากที่สุด และกาน้ำชาที่นำมาใช้ต้มน้ำจะต้องทำความสะอาดให้สะอาด  และกาน้ำชาที่ใช้จะต้องทำการวอร์มกาก่อนด้วยการอุ่นผ่านน้ำร้อนหลักการคล้ายกับการวอร์มแก้วของไวน์นั่นเองเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่มากที่สุด  เริ่มจากชาขาว ชาประเภทนี้แค่ทิ้งไว้ให้ใบสลดลงมาไม่ได้บ่ม เวลาชงให้ใช้อุณหภูมิน้ำประมาณ 70 องศาและไม่ต้องแช่ใบชานานแช่แค่ 1-2 นาที  ต่อมาชาเขียว เป็นชาที่ไม่ได้บ่มเหมือนกับชาขาวแต่จะนำไปนึ่งหรือไปคั่วเพื่อให้ความร้อนทำลายเอนไซม์ในใบชาทำให้ใบชากลายเป็นสีเขียวไม่เปลี่ยนสี ชาชนิดนี้ใช้อุณหภูมิน้ำสูงขึ้นมาอีกนิดประมาณ 80 องศาและแช่ใบชาประมาณ 2-3 นาทีกำลังดี  ต่อมาชาอู่หลงชาประเภทนี้มีการนวดก่อนและมีการบ่มเล็กน้อย ชาชนิดนี้ต้มในน้ำอุณหภูมิสูงสักหน่อยประมาณ 90 องศาแช่ใบชา 3-4 นาที  ต่อมาคือชาดำเป็นชาประเภทที่ผ่านการม้วนเป็นเกลียวและบ่มครบทุกกระบวนการ ชาประเภทนี้ต้องต้มในน้ำเดือด100 องศาใช้เวลาการแช่ใบชา 3-4 นาที  สุดท้ายชาสมุนไพรเป็นชาที่ทำมาจากสมุนไพรอื่นๆที่ไม่ใช่มาจากต้นชาชาประเภทนี้บางชนิดก็ไม่มีคาเฟอีน การต้มเหมือนกับชาดำคือใช้น้ำเดือด 100 องศาและแช่ใบชา 3-4 นาที  จากที่เราแนะนำเป็นวิธีการดึงรสชาติของใบชาออกมาได้รสชาติดีที่สุดคุณลองทำตามที่เราแนะนำดู ชาที่คุณชงเองอาจจะได้รสชาติเหมือนชาที่ไปดื่มที่ร้านเลยทีเดียว

Continue Readingชาแต่ละชนิด มาจากชาต้นเดียวกัน

ใบชาอเนกประสงค์ ที่มีสรรพคุณมากมายที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย

  • Post author:
  • Post category:Blog

ใบชาอเนกประสงค์ อย่างที่ทุกคนทราบกันว่าใบชานั้น มีประโยชน์อย่างมากไม่ว่าจะเป็นสรรพคุณมากมาย คือมันมีประโยชน์เพราะว่ามีสารแอนติออกซิแดนท์สูง จึงทำให้มันมีประโยชน์อย่างมากสำหรับใบชา และในการรับประทานนั้นค่อนข้างสะดวกสบายเป็นอย่างมากสำหรับในการดื่ม จึงเป็นเครื่องดื่มที่ยอดฮิตในปัจจุบันนี้ งั้นเรามาดูประโยชน์ของมันทางด้านอื่นบ้างดีกว่าว่ามันมีสรรพคุณอะไรที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายของคุณ ใบชาอเนกประสงค์  มันจำเป็นก็ต้องเป็นใบชาที่สมบูรณ์แบบด้วยถึงจะเป็นประโยชน์ ถ้าใบชานั้นคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานบอกได้เลยว่ามันไม่ค่อยมีประโยชน์มากมายถ้าเทียบกัน จึงทำให้ปัจจุบันนั้นใบชาแต่ละลักษณะนั้นก็มีราคาที่แตกต่าง มันก็ขึ้นกับการที่ดูแลรักษาในการปลูกด้วย กระบวนการการผลิตต่างๆที่ผ่านมามายังมาตรฐานจะทำให้ใบชานั้นมีราคาแพงเพิ่มขึ้น การรักษาใบชานั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ยากมากเลยสำหรับการดูแล และสิ่งที่ได้รับจากการที่เราดูแลไปช้าไม่ดีนั้นจะทำให้เกิดอาการท้องผูกด้วย ซึ่งมันตรงกันข้ามกับประโยชน์ของมันเลยถ้ามันไม่มีคุณภาพและดูแลไม่ดี การเลือกซื้อใบชา มันดูอย่างไร อย่างแรกเลยการเก็บรักษาของใบชานั้นจะต้องปิดมิดชิดไม่ให้อากาศเข้าไปเลย คุณสามารถสังเกตจากร้านที่คุณซื้อเลยว่ามีการดูแลในการเก็บรักษาดีหรือไม่ ภาชนะในการใส่เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้สรรพคุณนั้นอยู่เต็มในใบชา เราจะพบเห็นอย่างมากสำหรับห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ที่จะมีการเก็บรักษาที่ดีการห่อ นี่คือการเก็บอย่างถูกต้องเพราะว่าไม่มีอากาศเข้าไปได้เลยและปกปิดแสงแดดอีกด้วย ลักษณะใบชาที่มาตรฐาน เราสามารถทดสอบได้ว่าใบชานั้นมีมาตรฐานหรือไม่ รายการที่คุณนำชามาใส่น้ำร้อน จากนั้นเราปล่อยไว้สักพักนึงเราจะเห็นได้ว่าใบชานั้นกลับมาเป็นสภาพปกติหรือไม่ ถ้าไม่แปลว่าใบชานั้นไม่มีคุณภาพการเก็บรักษาที่ดี…

Continue Readingใบชาอเนกประสงค์ ที่มีสรรพคุณมากมายที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย

ประโยชน์ของชากระเจี๊ยบแดง

  • Post author:
  • Post category:Blog

ชากระเจี๊ยบแดง สามารถปลูกได้ในประเทศไทยและมีคนนิยมปลูกจำนวนมากเลยที่มาใช้ดื่มให้เพื่อเกิดการผ่อนคลายในที่อากาศร้อน เพราะต้องบอกเลยว่าในประเทศไทยอากาศค่อนข้างร้อนอย่างมากจึงทำให้คนนั้นหันไปทำน้ำชากระเจี๊ยบแดงกันมากขึ้นและเป็นที่นิยมกันอย่างมากที่รสชาติค่อนข้างอร่อย แล้วต้องบอกไปว่าชากระเจี๊ยบแดงมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว หลายประเทศก็นิยมรับประทานกันมามากเช่น ประเทศญี่ปุ่น ที่นิยมกินชากระเจี๊ยบแดง แล้วต้องบอกแล้วว่าเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากเป็นสมุนไพรชั้นดีเลยก็ว่าได้ แล้ววันนี้เรามาดูประโยชน์ของกระเจี๊ยบแดงกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้างที่น่าสนใจ ทำไมหลายคนนั้นถึงเลือกกินมันกัน ประโยชน์ของ ชากระเจี๊ยบแดง กระเจี๊ยบแดงต้องบอกด้วยว่า มีชื่อในทางวิทยาศาสตร์ที่ชื่อว่า Hibiscus sabdariffa ไม่ต้องบอกเลยว่าคนญี่ปุ่นนั้นนิยมทำกินกันอย่างมากเพราะว่าประโยชน์ของมันนั้นค่อนข้างดีมากเลยที่เต็มไปด้วยวิตามินซี กรดซิตริก กรดมาลิก โพแทสเซียม แอนโทไซยานิน และกรดอะมิโน บอกเลยว่าชากระเจี๊ยบแดงมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก ชะลอความแก่ ต้องบอกเลยว่าเราจะมักเห็นผู้ใหญ่นิยมรับประทานเป็นอย่างมากอาจจะเป็นเพราะอยากจะชะลอความแก่แล้วจะทำให้พวกผิวพรรณนั้นสวยงามไม่เหมือนกับคนแก่ทั่วไปที่ไม่ได้กิน เพราะว่าต่างจะแบบนั้นเต็มไปด้วยวิตามินซี คือการป้องกันการเกิดฝ้า แล้วจะมีสารที่ช่วยให้เรากระตุ้นให้สร้างเซลล์ฮอร์โมนของผิวพรรณให้อยู่ใหม่ตลอดเวลา และยังช่วยทำให้เผาผลาญพลังงานในร่างกายได้ดีขึ้น คนส่วนใหญ่เลยนิยมกันรับประทาน…

Continue Readingประโยชน์ของชากระเจี๊ยบแดง

ประเภทอาหารที่น่ารับประทานในรูปแบบอินทรีย์

  • Post author:
  • Post category:Blog

ต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันนี้ เราควรเลือกอาหารที่น่ารับประทานที่มีประโยชน์ เพราะเราไม่สามารถรู้ว่าเขานั้นผลิตอาหารในรูปแบบไหนให้เรากินว่าถูกต้องหรือไม่ แล้วต้องบอกเลยว่าอาหารที่มาจากจำพวกพืชผัก และพวกเนื้อสัตว์นั้น ในโรงงานต่างๆนั้นจะมีสารที่ติดมายกตัวอย่างเช่น ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า มีสารเคมีต่างๆมากมายที่เราต้องรักษาสุขภาพของเรา เพราะเรากินไปเรื่อยๆนั้นจะทำให้เกิดอาการสะสมเราควรเลือกอาหารที่น่ารับประทานและอยู่ในรูปแบบอินทรีย์ จะทำให้ร่างกายของเรานะปลอดภัยไม่เกิดโรคต่างๆในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอข้างสูงเลย ทำให้หลายคนนั้นผ่านมาเลือกบริโภคอาหารที่มาจากอินทรีย์กันเดินทางเกษตรเชิงนิเวศน์ ต้องบอกเลยว่าเป็นอาหารที่ปลอดภัยมากเลย แต่ต้องบอกเลยว่าอาหารพวกนี้หากินค่อนข้างยากไม่ง่ายเลยที่เราจะเดินไปหาตามซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ หรือไม่ว่าเราออกไปหาซื้อตามตลาดนัดทั่วไปที่บอกเลยว่าเราก็ไม่รู้ว่าเขาปลูกมายังไงกันหรือเลี้ยงเนื้อสัตว์ตัวนี้มายังไง จึงทำให้คนนั้นเลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นวัตถุดิบ รูปแบบอินทรีย์ ที่ได้รับความปลอดภัยอย่างมากแล้วมีอะไรบ้างวันนี้เราจะมาแนะนำ รูปแบบอินทรีย์ เต้าหู้ คุณรู้หรือไม่ว่าเต้าหู้นั้น เป็นการนำตัวอย่างมาทำดึงได้เป็นเต้าหู้ หลายคนมองว่าถั่วเหลืองผ่านการกระบวนการอะไรมาหรือเปล่าที่ผ่านทางพันธุกรรม ซึ่งต้องบอกเลยว่าการปลูกถั่วเหลืองนั้นจะมีการใช้สารเคมี ยกตัวอย่างเช่น ไกลโฟเซท เขาปลูกด้วยจำนวนมากๆ การที่หลายคนนั้นเลือกมากินเต้าหู้กันก็เพราะว่าเป็นอินทรีย์ จึงทำให้โอกาสในการหลีกเลี่ยงสารเคมีตกค้างนั้นค่อนข้างมากเลยทีเดียวที่จะมีสารตกค้างอยู่ในเต้าหู้ได้…

Continue Readingประเภทอาหารที่น่ารับประทานในรูปแบบอินทรีย์

เทคนิคการปลูกต้นชาและวิธีการดูแลต้นชาให้มีผลผลิตที่ดี

  • Post author:
  • Post category:Blog

การขยายพันธุ์โดยใช้การเพาะเม็ด โดยส่วนใหญ่แล้วชาวเกษตรกรจะใช้สายพันธุ์ชาอัสสัม โดยเมล็ดของชานั้นจะเป็นชาที่แก่ ให้เราดูที่เปลือกของผลชาที่มันมีสีเขียวมั้งกลายเป็นสีน้ำตาล วิธีการเพาะงั้นก็ง่ายๆนำใบชาที่แห้งที่เราเตรียมไว้จำเป็นต้องตากในที่แห้ง เราจะได้เห็นได้ว่าเปลือกมันจะแตกออกมา โดยใช้เวลาประมาณไม่เกิน 2 วัน จากนั้นเราแยกเม็ดมันจากเปลือกแล้วนำไปแช่น้ำ ประมาณ 1 วันเราจะเห็นได้ว่าเม็ดชาที่พร้อมสำหรับการปลูกนั้นจะจมน้ำ นำเม็ดชาที่พร้อมสำหรับในการปลูก ใช้ถุงดำขนาดไม่ใหญ่มากจนเกินไป เราควรวางเมล็ดคว่ำ เมื่ออายุชามีอายุประมาณ 8 เดือนขึ้นไป เราเห็นได้ว่าต้นมันแข็งแรงแล้ว เรานำชามาปลูกที่พื้นดินปกติได้การขยายพันธุ์โดยการปักชำ โดยการปักชำนี้เป็นวิธีการทำแบบสมัยก่อน เราควรคัดต้นที่แข็งแรงดูให้ดีว่ามีรอยการกินของแมลงหรือไม่ควรเลือกกิ่งที่ไม่มีรอยสมบูรณ์ กริ่งไม่ควรที่จะอ่อนเกินไปและแก่เกินไปเราสังเกตจากสีของจริงจะมีสีเขียวผสมน้ำตาลนิด จึงนำสิ่งที่เราเตรียมไว้มาปักชำในถุงพลาสติก ควรทำมุม 45 องศา แล้วควรนำถุงพลาสติกอีกใบนำมาครอบไว้เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียของน้ำไปมากกว่านี้ ควรให้น้ำอย่างน้อยวันละ…

Continue Readingเทคนิคการปลูกต้นชาและวิธีการดูแลต้นชาให้มีผลผลิตที่ดี